มีข่าวมาให้เราติดตามกันอยู่เรื่อยๆเลยนะคะสำหรับบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Apple (Nasdaq: AAPL) ไม่ว่าจะเป็นกรณีแพ้คดีความให้กับ Epic และล่าสุดนี้ก็กำลังเตรียมตัวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายตัว รวมถึง iPhone 13 นั่นเองค่ะ โดยงานจะจัดขึ้นเวลาเที่ยงคืนวันที่ 15 ก.ย. ตามเวลาไทยค่ะ

โดยผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในงานจะมี iPhone13, Apple Watch, AirPods และอาจจะมีอย่างอื่นอีก โดยการประกาศเปิดตัว iPhone 13 นี้เกิดขึ้นหลังจากศาลตัดสินให้ Apple แพ้คดีและหุ้นได้ร่วงไปถึง 3.3% โดยหวังว่าจะสามารถฉุดหุ้นที่ร่วงให้กลับตัวขึ้นมาได้

แต่จากการสำรวจผู้ใช้ไอโฟนแล้วพบว่า พวกเขาไม่ได้กังวลหรือใส่ใจกับจุดนี้เท่าไหร่ และจะยังคงอุดหนุนสินค้าใหม่ของ Apple อีกด้วย โดยคาดว่าiPhone 13 จะมีจำนวน 4 รุ่นด้วยคาดว่า ตัวกล้องจะมีการปรับให้มีความนูนกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อให้ครอบคลุมตัวกล้อง ขยายเซ็นเซอร์รับแสงเพิ่ม 15%, มีการปรับปรุงเซ็นเซอร์กล้อง Ultra-Wide ครั้งใหญ่ รับแสงได้เพิ่มถึง 40% รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ Portrait และการถ่ายไนต์โหมด ถ่ายดวงดาวได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีการตอบคำถามของ Gurman นักข่าวสายเทคชื่อดังจาก Bloomberg อีกว่า ทางแอปเปิ้งอาจจะจัดงานเปิดตัว macbook อีกครั้งในเดือนตุลาคม

การปรับตัวลงมาของหุ้น Apple เมื่อวันศุกร์สร้างความเป็นไปได้ที่อาจจะทำให้เกิดรูปแบบหัวไหล่ (Head & Shoulder) ขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมว่าวันพรุ่งนี้แอปเปิลจะมีอีเวนต์เปิดตัวโทรศัพท์ iPhone 13 ที่อาจจะทำให้หุ้นบริษัทปรับตัวกลับขึ้นมาได้บ้าง

--

--

บริษัท E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon (NASDAQ: AMZN) เสนอจ่ายค่าเล่าเรียนตลอด 4 ปีให้กับพนักงานพาร์ทไทม์ในสหรัฐอเมริกากว่า 750,000 คน โดยจะเริ่มให้ทุนการศึกษาในเดือนมกราคมปี 2565 เป็นต้นไป ทุนการศึกษานี้ครอบคลุมค่าเทอม ค่าธรรมเนียม และค่าหนังสือ โดยทุนการศึกษานี้ได้มอบให้พนักงานที่ประจำอยู่ในโกดัง และในส่วนของการจัดส่งของ และพนักงานพาร์ทไทม์ในส่วนอื่นๆ ที่สนใจจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี และในอนาคตคาดว่าจะมีการให้ทุนการศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรมัธยมปลาย GED และการรับรองภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (ESL) สำหรับพนักงานอีกด้วย

Amazon ใจป้ำ! ประกาศให้ทุนการศึกษากับพนักงานในสหรัฐฯ
Amazon ใจป้ำ! ประกาศให้ทุนการศึกษากับพนักงานในสหรัฐฯ

บริษัท E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon (NASDAQ: AMZN) เสนอจ่ายค่าเล่าเรียนตลอด 4 ปีให้กับพนักงานพาร์ทไทม์ในสหรัฐอเมริกากว่า 750,000 คน

โดยจะเริ่มให้ทุนการศึกษาในเดือนมกราคมปี 2565 เป็นต้นไป ทุนการศึกษานี้ครอบคลุมค่าเทอม ค่าธรรมเนียม และค่าหนังสือ โดยทุนการศึกษานี้ได้มอบให้พนักงานที่ประจำอยู่ในโกดัง และในส่วนของการจัดส่งของ และพนักงานพาร์ทไทม์ในส่วนอื่นๆ ที่สนใจจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี และในอนาคตคาดว่าจะมีการให้ทุนการศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรมัธยมปลาย GED และการรับรองภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (ESL) สำหรับพนักงานอีกด้วย

โดยเกณฑ์ในการได้รับทุนการศึกษาคือจะต้องทำงานกับทาง Amazon มาอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 90 วัน และยังจะต้องเป็นพนักงานไม่ว่าจะพาร์ทไทม์หรือพนักงานประจำของบริษัทระหว่างเรียนอีกด้วย อีกทั้งในการมอบทุนการศึกษาครั้งนี้ เกิดจากการที่บริษัทคู่แข่งอย่าง Walmart (NYSE: WMT) และ Target (NYSE: TGT) ได้ประกาศมอบทุนการศึกษาให้กับพนักงานเช่นเดียวกัน

ทั้ง Walmart และ Target ต่างก็มีทุนการศึกษาที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน เช่น ทาง Walmart ได้ยกเลิกทุน LBU ที่จากเดิมให้พนักงานจ่าย $1/คน เพื่อเรียนต่อ แต่ในตอนนี้พนักงานไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้อีกต่อไปแล้ว โดยพนักงานกว่า 1.5 ล้านคนจะสามารถเรียนฟรีได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเมื่อเรียนกับ 10 สถาบันที่เป็นพาร์ทเนอร์กับทาง Walmart

ในส่วนของ Target ก็ไม่น้อยหน้าเช่นเดียวกัน โดย ได้มีการให้ทุนการศ฿กษาเต็มจำนวนกับพนักงานกว่า 340,000 คน และยินดีที่จะให้ทุนการศึกษากว่า $10,000 สำหรับพนักงานที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาโทอีกด้วย

ซึ่งจากการวิเคราะห์ ทาง Amazon ได้ออกมาให้ทุนการศึกษาเนื่องจากกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนพนักงานอย่างหนัก ซึ่งในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีตำแหน่งว่างกว่า 1 ล้านตำแหน่ง จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน

--

--

ตามรายงานของ Bloomberg ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า

อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรของเอลซัลวาดอร์พึ่งเกิดการกลับตัวขึ้นอย่างฉับพลัน หมายความว่าพันธบัตรที่มีระยะเวลาครบกำหนดในระยะสั้น จะให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ

“โดยทั่วไปแล้ว สิ่งนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เพราะนักลงทุนอาจมองว่าหนี้ระยะสั้น มีความเสี่ยงมากกว่า และอัตราผลตอบแทนส่วนใหญ่จะลาดชันขึ้นเนื่องจากความไม่แน่นอนของราคาพันธบัตรในระยะยาว”

ในการประกาศยอมรับ Bitcoin ให้เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายในเอลซัลวาดอร์นั้น ดูเหมือนว่าจะสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนพันธบัตรของประเทศเป็นอย่างมากเลยค่ะ เนื่องจากนักลงทุนได้เห็นถึงสัญญาณความไม่แน่นอนสำหรับเศรษฐกิจที่พึ่งขึ้น เป็นผลมาจากผลตอบแทนของดอกเบี้ยพันธบัตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะ

นาย Ben Emons จากบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน Medley Global Advisors กล่าวเน้นย้ำว่า

พันธบัตรของเอลซัลวาดอร์ได้สูญเสียโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญไปแล้ว หลังจาก “วันแรกที่กฎหมาย Bitcoin ได้มีการบังคับใช้” ซึ่งนี่ถือเป็นสัญญาณที่ชี้ว่าการบังคับใช้กฎหมาย Bitcoin ของเอลซัลวาดอร์นั้น อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม การยอมรับ Bitcoin ให้เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายของเอลซัลวาดอร์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแรงกดดันเดียว ในตลาดพันธบัตรของประเทศนะคะ ยังมีผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า แรงกดดันอื่น ๆ นั้นอาจรวมถึงการขับไล่ศาลรัฐธรรมนูญของประเทศ ภายใต้อำนาจของ นาย Nayib Bukele ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม โดยในช่วงเวลานั้น นาย Nayib Bukele ได้ทำการขับไล่อัยการสูงสุดของประเทศ และผู้พิพากษาระดับสูงออกไปเป็นจำนวนมากเลยค่ะ

นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การกระจายตัวระหว่างพันธบัตรรัฐบาลของเอลซัลวาดอร์ และกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้เห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 77% ในวันที่ 12 สิงหาคม และการที่ นาย Nayib Bukele ไม่สามารถทำข้อตกลงกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มตลาดพันธบัตรของเอลซัลวาดอร์ด้วยเช่นกันค่ะ

ส่วนกฎหมายการยอมรับ Bitcoin ของเอลซัลวาดอร์นั้น ที่พึ่งจะมีผลบังคับใช้ไปในวันที่ 7 กันยายน แต่การเปิดตัวกระเป๋าเงิน “Chivo Wallet” ที่รัฐบาลออกให้กับประชาชนนั้น กำลังได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาในด้านเทคนิคเป็นจำนวนมากค่ะ ความไม่แน่นอนของ เอลซัลวาดอร์ในครั้งนี้ จะเป็นยังไงในอนาคต ไว้คอยติดตามกันต่อไปค่ะ

และถ้าหากใครที่อยากติดตามข่าวสารและสาระน่ารู้เกี่ยวกับตลาดการลงทุนต่าง ๆ สามารถติดตามทีมงานคุณน้าได้ทางเว็บไซต์โดยตรงที่ : https://www.tradewithauntie.com/
ไว้พบกันใหม่ สวัสดีค่า

--

--

สถาบันการเงินในออสเตรเลียหลายแห่ง ยังคงต่อต้านอุตสาหกรรมคริปโตอย่างเข้มข้น โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีรายงานว่านักเทรด Bitcoin ของออสเตรเลียได้รับการปฏิเสธจากธนาคารมากกว่า 90 แห่งทั่วประเทศค่ะ

นาย Ross McEwan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NAB (ธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย) กล่าวว่า

Crypto เป็น “ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่” และสถานะของธนาคารแห่งชาติออสเตรเลีย กับ Crypto กำลังอยู่ในช่วงระหว่างการตรวจสอบโดยละเอียด

เขาอธิบายว่า

“เรากำลังพิจารณาดูว่าคริปโตเคอเรนซี, ธนาคารสำรอง, หน่วยงานกำกับดูแล และความเสี่ยงภายในธนาคาร สำหรับการติดต่อกับผู้ให้บริการคริปโตเคอเรนซีนั้นมีอะไรบ้าง”

เช่นเดียวกับ ASX Ltd. (ASX.AX) ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ของออสเตรเลียที่ไม่อนุญาตให้บริษัทที่มีเกี่ยวข้องกับ Crypto จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของพวกเขา ดังนั้นบริษัทด้าน Crypto ของออสเตรเลียจึงต้องผันตัวเองไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศอื่น ๆ แทน เช่น Nasdaq ค่ะ

แม้ว่าออสเตรเลียจะมีความเป็นมิตรกับอุตสาหกรรม Crypto ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมากกว่าสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังมีความลังเลบางประการ เนื่องจากธนาคารไม่มีนโยบายที่รองรับลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี่ แต่จากข้อมูลของนาย Ross McEwan นั้นระบุว่า “ หากลูกค้าธนาคารสามารถยอมรับความเสี่ยงจากคริปโตได้ เรื่องนี้มันก็อาจจะแตกต่างออกไป”

นาย Peter King ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกคนของ Westpac กล่าวว่า

Crypto มีความเสี่ยงมากเกินไปและด้วยคุณสมบัติการไม่เปิดเผยตัวตนของมัน ทำให้เป็นเรื่อง “ยากมาก” ที่จะปฏิบัติตามกฎการต่อต้านการฟอกเงิน และการต่อต้านการก่อการร้ายทางการเงินของธนาคาร

และถ้าหากใครที่อยากติดตามข่าวสารและสาระน่ารู้เกี่ยวกับตลาดการลงทุนต่าง ๆ สามารถติดตามทีมงานคุณน้าได้ทางเว็บไซต์โดยตรงที่ : https://www.tradewithauntie.com/
ไว้พบกันใหม่ สวัสดีค่า

--

--

ในบทความวันนี้จะพาทุกคนมาดูกันว่า ความเป็น Perfectionist อันตรายต่อการเทรดของเราอย่างไร อันดับแรกเลย จะพูดถึงข้อดีของความความเป็น Perfectionist ความเป็น Perfectionist นั้นทำให้เรามีความรอบคอบในการลงทุน มีแรงผลักดันที่จะเป็นเลิศอยู่เสมอ และจะไม่ Settle for less ให้กับอะไรก็ตาม ซึ่งนี่ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง แต่ข้อเสียของความเป็น Perfectionist คือ ลึกๆ แล้วในทางจิตวิทยา Perfectionist นั้นมีแรงขับมาจากความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเอง และในตลาดหุ้นนั้นไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบ หลายครั้งคุณจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะขาดทุน, ตกรถ หรือขายเร็วเกินไป ทั้งๆ ที่ทำตามแผนการเทรดที่วางไว้แล้ว

Trading101: เช็คลิสต์เราเป็นเทรดเดอร์แบบ Perfectionist มากเกินไปหรือไม่?
Trading101: เช็คลิสต์เราเป็นเทรดเดอร์แบบ Perfectionist มากเกินไปหรือไม่?

ในบทความวันนี้จะพาทุกคนมาดูกันว่า ความเป็น Perfectionist อันตรายต่อการเทรดของเราอย่างไร

อันดับแรกเลย จะพูดถึงข้อดีของความความเป็น Perfectionist

ความเป็น Perfectionist นั้นทำให้เรามีความรอบคอบในการลงทุน มีแรงผลักดันที่จะเป็นเลิศอยู่เสมอ และจะไม่ Settle for less ให้กับอะไรก็ตาม ซึ่งนี่ถือว่าเป็นข้อดีอย่างหนึ่ง

แต่ข้อเสียของความเป็น Perfectionist คือ ลึกๆ แล้วในทางจิตวิทยา Perfectionist นั้นมีแรงขับมาจากความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเอง และในตลาดหุ้นนั้นไม่เคยมีอะไรที่สมบูรณ์แบบ หลายครั้งคุณจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะขาดทุน, ตกรถ หรือขายเร็วเกินไป ทั้งๆ ที่ทำตามแผนการเทรดที่วางไว้แล้ว

และความคิดที่อันตรายมากๆ เลยก็คือ “แค่นี้ยังไม่ดีพอ” พวกเขาไม่เคยพอใจในสิ่งใดที่พวกเขาทำเพราะมันจะมีจุดผิดพลาดอยู่เสมอ

และเมื่อต้องเจอประสบการณ์แบบนี้หลายๆครั้งเข้า มันจะทำลายความมั่นใจและพลังงานเมื่อถึงจุดหนึ่ง เหล่า Perfectionist ก็จะคิดว่า พวกเขานั้นดีหรือเก่งไม่พอที่จะอยู่ในตลาด จนล้มเลิกไปในที่สุด

ดังนั้น ถ้าหากคุณมีคุณสมบัติตรงตามนี้ คุณควรเปลี่ยนการโฟกัสจากการเทรดที่สมบูรณ์แบบ ไปเป็น Improvement หรือการพัฒนาการเทรดให้ดีขึ้น Perfectionist พยายามทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลว ซึ่งไม่ใช่วิธีในการไปถึงเป้าหมายที่ดีเลย

โดยการตั้งเป้าหมายที่ Improvement แทน จะทำให้เรามีแรงบันดาลใจและแรงขับดันที่จะเทรดให้ดีขึ้น จำไว้ว่าคุณไม่จำเป็นต้อง Perfect เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในตลาด

เห็นไหมคะว่าเพียงเปลี่ยน Mindset หรือวิธีคิด รูปแบบการเทรดก็เปลี่ยน แม้แต่หุ่นยนต์ยังมีข้อผิดพลาก นับประสาอะไรกับมนุษย์ เพราะฉะนั้นแล้วไม่ต้องเคร่งเครียดหรือกดดันกับตัวเองมากเกินไปค่ะ

และถ้าหากใครที่อยากติดตามข่าวสารและสาระน่ารู้เกี่ยวกับตลาดการลงทุนต่าง ๆ สามารถติดตามคุณน้าได้ทางเว็บไซต์โดยตรงที่ : https://www.tradewithauntie.com/

--

--

วาฬที่ถือครองเหรียญมากที่สุด เป็นอันดับ 3 กำลังอยู่ในช่วงช้อนซื้อ Bitcoin ในราคาถูก ช่วงที่ตลาดเริ่มย่อตัวนี้

โดยการติดตามธุรกรรมบนเครือข่าย Whale Alert สังเกตเห็นว่า ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน ตามเวลา 00:05 น. GMT และเหรียญถูกโยกย้ายจาก Coin base เว็บเทรดเบอร์หนึ่งของสหรัฐฯ เข้าสู่กระเป๋าส่วนตัวค่ะ

ข้อมูลพบว่า.. เขาได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 490 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 23 ล้านดอลลาร์ ในราคา Bitcoin เหรียญละ 46,800 ดอลลาร์

ปัจจุบันวาฬยังคงถือ Bitcoin อยู่มากกว่า 4,000 BTC จากราคาที่จุดสูงสุด เป็นประวัติการณ์ที่ระดับ $65,000

ตามรายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา วาฬรายนี้ยังซื้อ Bitcoin เก็บสะสมเรื่อย ๆ เลยค่ะ ด้วยการซื้อ Bitcoin จำนวนทั้งหมด 2 ครั้ง ก่อนหน้านี้ได้ทำการซื้อ Bitcoin จำนวน 466 BTC ที่ระดับราคา 47,400 ดอลลาร์ และย้อนกลับไปอีกในวันที่ 26 สิงหาคม ก็ได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 38 BTC รวมเป็นมูลค่าทั้งหมด 23 ล้านดอลลาร์ในวันนี้ โดยการซื้อขายทั้งหมดเกิดขึ้นบนกระเป๋าเงินของเว็บเทรด Coin base ค่ะ

การเคลื่อนไหวของวาฬเกิดขึ้น หลังจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุดที่ตลาดคริปโตได้ร่วงพร้อม ๆ กัน และเป็นวันเดียวกับที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ได้ประกาศให้ Bitcoin กลายเป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมายเป็นประเทศแรกของโลกด้วยค่ะ

ในครั้งนี้ตลาดคริปโตได้สูญเสียมูลค่าไปกว่า 330,000 ล้านดอลลาร์จากมูลค่าโดยรวมทั้งหมด กลายเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม

และ Altcoins ส่วนใหญ่ก็ประสบปัญหาราคาร่วงลงมาเช่นเดียวกันกับ Bitcoin โดยเหรียญ Altcoin 10 อันดับแรกได้กลายเป็นสีแดงทั่วกระดาน ยกเว้นเพียง Solana (SOL) เท่านั้น ที่ยังคงสามารถรักษามูลค่าไว้ได้ตลอดทั้งสัปดาห์ค่ะ

และถ้าหากใครที่อยากติดตามข่าวสารและสาระน่ารู้เกี่ยวกับตลาดการลงทุนต่าง ๆ สามารถติดตามทีมงานคุณน้าได้ทางเว็บไซต์โดยตรงที่ : https://www.tradewithauntie.com/
ไว้พบกันใหม่ สวัสดีค่า

--

--

เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงเมื่อวานนี้ในชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย ซึ่งมีแน้วโน้มที่จะชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจค่ะ ความกังวลเหล่านี้กำลังอยู่กับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงที่ FED จะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรรายเดือน เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มลดลงค่ะ นักลงทุนทุกคนคาดหวังว่า FED จะต้องดำเนินการ แต่ยังคงโต้เถียงกันว่าจะเป็นในปีนี้ หรือในปีหน้า โดยในรายงาน Beige Book ที่จัดทำขึ้น เพื่อรวบรวมรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจจากธนาคารต่าง ๆ FED ระบุว่าเศรษฐกิจ “ชะลอตัวลงเล็กน้อย” ในเดือนสิงหาคมค่ะ

ตลาดหุ้นสหรัฐมีแน้วโน้มชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และ 3 ปัจจัยที่น่าติดตามในช่วงนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐมีแน้วโน้มชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และ 3 ปัจจัยที่น่าติดตามในช่วงนี้

เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงเมื่อวานนี้ในชั่วโมงสุดท้ายของการซื้อขาย ซึ่งมีแน้วโน้มที่จะชะลอการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจค่ะ

ความกังวลเหล่านี้กำลังอยู่กับความไม่แน่นอนเกี่ยวกับช่วงที่ FED จะเริ่มลดการซื้อพันธบัตรรายเดือน เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเริ่มลดลงค่ะ

นักลงทุนทุกคนคาดหวังว่า FED จะต้องดำเนินการ แต่ยังคงโต้เถียงกันว่าจะเป็นในปีนี้ หรือในปีหน้า โดยในรายงาน Beige Book ที่จัดทำขึ้น เพื่อรวบรวมรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจจากธนาคารต่าง ๆ FED ระบุว่าเศรษฐกิจ “ชะลอตัวลงเล็กน้อย” ในเดือนสิงหาคมค่ะ

FED ยังระบุอีกด้วยว่า

“ การระบาดของโควิดส่งผลกระทบต่อธุรกิจร้านอาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยว แต่โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจกำลังสะท้อนถึงการฟื้นตัวจากการระบาดครั้งใหญ่ ด้วยดัชนีราคาที่สูงขึ้นและการขาดแคลนแรงงาน “

ส่วนหุ้น Coinbase Global (NASDAQ:COIN) ได้ร่วงลง หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ขู่ว่าจะฟ้องบริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโต หากมีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ให้กู้ยืมเงิน

ส่วนหุ้น PayPal (NASDAQ:PYPL) ก็ร่วงลงเช่นกัน หลังจากที่กล่าวว่าจะเข้าซื้อกิจการ Paidy ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทประเภท “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง”

--

--

Volatility เป็นคำที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเคยเจอ แต่คุณเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันหมายถึงอะไร หรือมีผลกระทบต่อการซื้อขายอย่างไรบ้าง? ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น

Volatility คือ

Volatility คือ “ความผันผวน” เป็นวิธีการวัดความเปลี่ยนแปลงของราคา ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการวัด “การกระจายของราคา” จากค่าเฉลี่ยของราคาสินทรัพย์ รอบค่าเฉลี่ยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือวัดว่าราคาของสินทรัพย์เคลื่อนที่ด้านใดด้านหนึ่งของราคาเฉลี่ย

สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงถือเป็นความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การมีอยู่ของความผันผวนจำนวนหนึ่งอาจเป็นปัจจัยที่น่ายินดีสำหรับเทรดเดอร์ที่พยายามทำกำไรจากการแกว่งตัวของราคา โดยเฉพาะในสาย Day Trading ที่พยายามมองหาจังหวะเข้าเทรดทั้งในฝั่ง Buy หรือ Sell

อะไรทำให้เกิด Volatility?

Volatility ของตลาดที่สูง จะหมายถึงระดับความเสี่ยงที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์และนักลงทุนต่างก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความผันผวน ขึ้นอยู่กับประเภทของเทรดเดอร์ที่พวกเขาเป็นและลักษณะในการยอมรับความเสี่ยง

ตัวอย่างเช่น นักลงทุนแบบดั้งเดิมที่วางแผนจะซื้อหุ้นในบริษัทเพื่อถือครองเป็นระยะเวลานาน มักจะมองหาและหลีกเลี่ยงสิ่งใดก็ตามที่มี Volatility ที่สูง นักลงทุนประเภทนี้จะต้องการหาหลักทรัพย์ที่สามารถ ซื้อได้และถือ โดยหวังว่าจะค่อย ๆ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องตรวจสอบตลาดอย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน นักเทรดระยะสั้นจำนวนมาก หรือพวกสาย Scalping จะต้องการความผันผวนที่สูง ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจเป็นข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับกลยุทธ์การซื้อขายของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ เทรดเดอร์ประเภทนี้ พยายามที่จะทำกำไรจากทั้งราคาทั้งในขาขึ้นและขาลงของสินทรัพย์ต่าง ๆ

เทรดเดอร์กลุ่มนี้ จะสามารถยอมรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ เพื่อให้คุ้มค่ากับโอกาสในการทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นจาก Volatility แตกต่างจากนักลงทุนระยะยาว

ความผันผวน Forex

สาเหตุของความผันผวนในตลาด Forex นั้นมีหลายประการ และแต่ละตัวแปรก็ใช่ว่า จะสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความผันผวนจริง ๆ

สิ่งที่ประเมินได้ยากมาก ๆ คือ “ผู้คน” ว่าพวกเขาจะตอบสนองต่อข่าว เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ และเหตุการณ์ทั่วไปในตลาดการเงินต่าง ๆ อย่างไรบ้าง แต่ความคาดหวังทั่วไป คือ เมื่อใดก็ตามที่มีความไม่แน่นอน ก็ย่อมหมายถึง Volatility ที่มากขึ้น

เมื่อคำนึงถึงสิ่งนี้ และมีเหตุการณ์บางอย่างที่คุณสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะมีความผันผวนสูงกว่าปกติ และคุณสามารถเลือกว่า “จะซื้อหรือขาย” หรือไม่และอย่างไร มันจะทำให้คุณสามารถวางกลยุทธ์ที่รอบคอบได้มากขึ้น และใช้ “ความผันผวน” เป็นหนึ่งในตัวแปรหลักของกลยุทธ์ เช่น การใช้ Option มาป้องกันความเสี่ยง

หรือตัวอย่างเช่น ในช่วงก่อนหน้าและหลังการประกาศสำคัญทางเศรษฐกิจ ตลาดมีแนวโน้มที่จะมี Volatility ที่รุนแรง ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องติดตามว่า จะมีการประกาศดังกล่าวเมื่อใด ศึกษาเพื่อปฏิทินเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้ที่บทความ “ข่าว Forex ประเภทต่าง ๆ”

--

--

ร้านอาหาร Fast Food ในเอลซัลวาดอร์ เริ่มรับ Bitcoin แล้ว
ร้านอาหาร Fast Food ในเอลซัลวาดอร์ เริ่มรับ Bitcoin แล้ว

ล่าสุดทางประธานาธิบดีของประเทศเอลซัลวาดอร์นั้น ได้ทำการซื้อ Bitcoin ต่อ.. จากช่วงที่เหล่านักลงทุนรายย่อยแห่เทขายอย่างน่าตกใจ จนราคาร่วงลงไปแตะระดับ 43,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้นี้เองค่ะ

โดย Twitter ของ Nayib Bukele ประธานาธิบดีของเอลซัลวาดอร์นั้น เขาได้ออกมาทวีตว่า..

--

--